เทคนิคการปัดขนตา

มีนาคม 4, 2009 by admin  
Filed under ตา/คิ้ว

thumbfilename2_b24_copy3

      ดวงตาจะโดดเด่นได้ นอกจากจะอาศัยขนตาปลอมแล้ว ยังต้องอาศัยเจ้ามาสคาร่าสีสวย มาปัดให้ดวงตาโดดเด้งตามไปด้วย


      แต่รู้หรือเปล่าว่า การปัดมาสคาร่าแบบซิกแซ็กเนี่ย จะช่วยให้มาสคาร่าไม่จับตัวเป็นก้อนล่ะ แถมยังทำให้เนื้อครีมมาสคาร่าเข้าถึงเส้นขาตาทุกเส้นซะด้วย ใครที่ปัดมาสคาร่าแบบเดิมๆ อยู่ ลองเปลี่ยนมาปัดแบบซิกแซ็กกันบ้าง ก็ไม่เสียหายนี่เนอะ

 

komchadluk_r94_c50

เทคนิคผ่อนคลายผิวรอบดวงตา

กุมภาพันธ์ 19, 2009 by admin  
Filed under ตา/คิ้ว

aki_face1

ใครที่ใช้ดวงตาอย่างหนัก แล้วอยากผ่อนคลายผิวรอบดวงตา วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีเทคนิคมาบอก...

 

    เทคนิคการผ่อนคลายผิวรอบดวงตา วิธีทำง่าย ๆ คือ เพียงใช้ปลายนิ้วชี้ กลาง และนาง ยืดคิ้วออกด้านข้าง
3 ครั้งใช้นิ้วกลางของทั้งสองข้างหมุนวนรอบดวงตาพร้อมๆ กัน โดยวนตามเข็มนาฬิกา ในทุกครั้งให้หยุดกดที่
บริเวณหัวคิ้ว ทำแบบนี้ซ้ำทั้งหมด 6 รอบ และใช้นิ้วกลางกดจุดไล่ตั้งแต่หัวคิ้วถึงขมับ 3 รอบ กดจุดไล่ลงมา
ที่บริเวณใต้ตา ไล่ตั้งแต่หัวตาถึงหางตา 3 รอบ ใช้นิ้วกลางนวดที่บริเวณขมับ หมุนเป็นรูปเลขแปด ทำซ้ำ
ทั้งหมด 6 รอบ ทำซ้ำขั้นตอนที่ 2-5 ทั้งหมด 3 รอบ นำมือทั้งสองข้างปิดที่ดวงตา ลากน้ำหนักที่ปลายนิ้ว
ออกไปที่ด้านข้างกรอบหน้า แล้วจึงค่อย ๆ ยกฝ่ามือออกจากใบหน้าเพียงเท่านี้ก็จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อได้ 
       
    หากต้องการความอ่อนเยาว์ของดวงตา ควรเข้ารับการตรวจตาเป็นประจำทุก ๆ 2-4 ปี และทุก ๆ 1-2 ปี
สำหรับผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป สำหรับผู้ที่ต้องนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นประจำ เริ่มฝึกนิสัยพักสายตาโดยการมอง
ออกไปไกล ๆ ทุก ๆ 10-15 นาที สวมใส่แว่นตาดำที่ปกป้องและกรองแสงยูวีทุก ๆ ครั้งที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง 
ปกป้องและระวังไม่ให้ดวงตาสัมผัสควัน และฝุ่นละอองต่าง ๆ โดยตรง

 

    แนะนำอีกนิดสำหรับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์รอบดวงตา การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับรอบดวงตา ควรเลือก
ครีมที่ใช้สำหรับรอบดวงตาโดยเฉพาะ  ห้ามนำครีมทาหน้ามาใช้ปะปนกัน ไม่เช่นนั้นอาจก่อให้เกิดอาการอักเสบบวมได้
เนื่องจากเนื้อครีมที่ข้นเกินไปอาจซึมลงไปอุดตันท่อน้ำตาได้  ควรเลือกซื้อครีมที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ เพื่อความ
อ่อนโยนต่อผิวที่บอบบางที่สุด และสำหรับกลุ่มวัยรุ่น หรือผู้ที่มีผิวมัน ให้มองหาผลิตภัณฑ์ประเภทเจลเพิ่มความสดชื่น
จะเหมาะที่สุด  แต่ไม่ว่าเป็นครีมชนิดใดก็ตามควรมีกันแดดผสม สำหรับวิธีใช้ ให้ทารอบดวงตาด้วยนิ้วนาง 
( เพราะแรงกดน้อยที่สุด ) ทาวนจากหัวตาด้านล่างวนขึ้นสู่หัวตาด้านบน จะช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น และลดริ้วรอยที่
จะเกิดในอนาคตได้อีกด้วย อ่านแล้วอย่าลืมหันมาดูแลรักษาดวงตาของเรากันดีกว่า เพื่อสุขภาพตาที่ดี.

ตาสวยด้วย Eye Liner

มกราคม 26, 2009 by admin  
Filed under ตา/คิ้ว

 

a_eyeliner

1. เขียนอายไลเนอร์ให้ดวงตากลมโต

เริ่ม จากเขียนอายไลเนอร์สีดำเฉพาะขอบตาด้านบนโดยวาดให้เส้นมีความหนาประมาณหนึ่ง ตาจะดูหวานขึ้น จากนั้นใช้อายแชโดว์หรืออายไลเนอร์แบบดินสอสีขาวเขียนที่ขอบตาล่างจากหัวตา ไปประมาณสามส่วนสี่ของขอบตาล่าง โดยทำให้ดูฟุ้งๆ จะช่วยให้ตาดูกลมโตขึ้น และที่สำคัญคือ ปัดมาสคาร่าชนิดที่มำให้ขนตาดูหนาเป็นแพก็จะได้ดูลุคสาวแบ๊วดวงตากลมโตแล้ว

2. วิธีแก้ปัญหาการเขียนอายไลเนอร์เลอะ

วิธี ง่ายๆ โดยไม่ต้องกังวลกับรอยเปื้อนให้วาดอายไลเนอร์ต่อไปจนเสร็จตามต้องการ จากนั้นใช้คัทตอนบัทแต้มรองพื้นชนิดลิขควิดเกลี่ยเยาๆ ตรงรอยเปื้อน เพียงเท่านี้รอยเปื้อนก็จะหมดไปผิวหน้าก็จะไม่เป็นรอยด่างหลังการเช็ด เพราะรองพื้นจะช่วยเติมเต็มร่องรอยให้ดูเรียบเนียนเหมือนเดิม

3. อายไลเนอร์ชนิดมีสีสันเป็นได้มากกว่าเส้นขอบตา

เริ่ม ด้วยการใช้อายไลเนอร์สีสันที่ชอบระบายให้ทั่วบริเวณชั้นพับตาหรือเขียนใต้ตา เพียงเท่านี้ก็จะได้เฉดสีตาที่ดูสดกว่าการทาอายแชโดว์ชนิดฝุ่นเพียงอย่าง เดียว และถ้าต้องการให้สีติดทนอย่าลืมทาทับอีกชั้นด้วยอายแชโดว์เฉดเดียวกัน เพียงเท่านี้สีสันก็จะติดทนนานทั้งวันไม่ลบเลือนง่าย

4. อายไลเนอร์ทำให้ขอบตาเลอะช่วงบ่าย

อาย ไลเนอร์ส่วนมากมีลักษณะเป็นครีมเนื้อนิ่ม เขียนง่ายซึ่งบางท่านมักจะประสบกับปัญหาหน้าเลอะในช่วงบ่าย วิธีง่ายๆ สำหรับจัดการกับรอยเลอะก็คือ หลังเขียนอายไลเนอร์แล้วให้ใช้อายไชโดว์ที่มีเฉดสีใกล้เคียงกับอายไลเนอร์ทา ทับอีกชั้น เพียงเท่านี้ดวงตาของคุณก็จะใสปิ๊งไปตลอดทั้งวัน

5. แก้ปัญหาแท่งอายไลเนอร์เหลาแล้วหัก

อาย ไลเนอร์ชนิดดินสอจะเป็นเนื้อครีม ดังนั้นเมื่อโดนความร้อนเนื้อครีมจะอ่อนตัว ทำให้เวลาเหลาจะไม่ได้ปลายแหลมและหักง่ายวิธีง่ายๆ คือนำอายไลเนอร์ไปแช่ตู้เย็นประมาณ 30 นาที เพียงเท่านี้ก็สามารถเหลาได้ไม่หัก

Credit: http://www.oknation.net/blog/bongkoch

6 วิธีการ ที่ทำให้คิ้วของคุณมีรูปทรงตามที่ต้องการ

พฤศจิกายน 30, 1999 by admin  
Filed under ตา/คิ้ว

“คิ้ว” ใครบอกว่าไม่สำคัญ …. หลากเทคนิคดูแล-จัดการกับ “คิ้วยุ่งๆ” เพื่อใบหน้าสวยงาม-โดดเด่น

โดย สิงห์สีชมพู

คิ้วเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งบนใบหน้าของเรา เพราะมันเป็นเสมือนตัวกำหนดโครงสร้างของใบหน้า หากสังเกตให้ดี จะพบว่าถ้าคิ้วของเรามีรูปร่างที่เปลี่ยนไป ใบหน้าของเราจะดูเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด 


สัปดาห์นี้ 
“สิงห์สีชมพู” จะพาไปดูข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับ ”คิ้ว”ไม่ว่าจะเป็นวิธีการต่างๆ ที่ใช้จัดการให้คิ้วได้รูปทรงสวยงามและวิทยากรใหม่ๆ ที่ช่วยให้คนที่มีคิ้วบาง แต่อยากมีคิ้วที่หนาขึ้น ได้สมใจกัน 
เริ่มต้นจาก 6 วิธีการ ที่ทำให้คิ้วของคุณมีรูปทรงตามที่ต้องการ 

  

1. การถอนคิ้วด้วยด้าย (Threading) เป็นถอนขนคิ้วออกจากรูขุมขนด้วยเส้นด้าย ผลที่ได้คือเส้นคิ้วที่เป็นระเบียบ คมชัด และมีรูปทรงสวยงาม 

  

2. การแว็กซ์ (Waxing) ส่วนมากมักมีบริการตามสถานเสริมความงาม วิธีการเริ่มจากการนำแว็กซ์ป้ายตรงจุดที่ไม่ต้องการให้มีขนคิ้ว จากนั้นใช้ผ้าหรือกระดาษวางทับก่อนที่จะดึงออกมา ข้อเสียคือเจ็บ แต่มีข้อดีขึ้นรูปทรงของคิ้วจะอยู่ได้นานกว่าการถอน เพราะขนจะขึ้นช้ากว่า 

  

3. การถอน (Plucking) เป็นวิธีที่นิยมมาก แต่สาวๆ ส่วนใหญ่มักจะถอนขนคิ้วบ่อยเกินไป ซึ่งอาจเป็นการทำลายรูขุมขน ทำให้ขนไม่ยาวออกมาอีกต่อไป สุดท้ายคิ้วที่ได้ออกมาจึงแหว่งๆ ดูไม่สวยงาม จึงควรถอนขนคิ้วที่ไม่เป็นระเบียบออกมาแค่ 2 - 3 เส้นต่อวันก็พอ 

  

4. การใช้ดินสอเขียนคิ้ว ซึ่งสามารถช่วยเติมช่องว่างคิ้วที่แหว่งได้ และเขียนให้คิ้วยาวขึ้นได้ 

  

5. การสักคิ้ว (Tattooing) มักเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ถอนคิ้วมากไป จนคิ้วโกร๋น ควรตัดสินใจให้ดีก่อนทำการสัก เพราะสามารถแก้ไขได้ยากและอาจต้องอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต 

  

คิ้วที่ได้สัดส่วนสวยงามของ “Twiggy” ดารานางแบบชื่อดังในอดีต     

 

 

“บาร์บาร่า ดาลี่” เมกอัพอาร์ทติสและนักออกแบบเครื่องสำอาง ให้คำแนะนำไว้ว่า “ไม่ว่าเทรนด์การแต่งหน้าจะเป็นแบบไหน คิ้วของคุณควรเป็นธรรมชาติเข้ากับโครงสร้างของใบหน้า ซึ่งสามารถดูได้ง่ายๆ โดยคิ้วที่สวยงามต้องมีหัวคิ้วอยู่บริเวณ ที่แนวโค้งของกระดูกคิ้วบรรจบกับส่วนบนของจมูก ส่วนหางคิ้วควรอยู่ตรงที่ที่ขนคิ้วหยุดยาวตามธรรมชาติ” 
ส่วนการถอนคิ้วควรทำหลังอาบน้ำ เพราะเป็นช่วงที่ผิวหนังสะอาดและเรียบลื่น ที่สำคัญต้องถอนขนคิ้วในที่มีแสงสว่างเพียงพอ เตรียมกระจก หากเป็นกระจกขยายก็ยิ่งดี รวบผมไว้ด้านหลังไม่ให้ปรกหน้า จากนั้นเช็ดคิ้วด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อแบบอ่อนๆ (แนะนำให้ใช้น้ำผสมกับ “ทีทรีออย”) และใช้แปรงสีฟันที่สะอาดๆ แปรงขนคิ้วไปขึ้นไปด้านบนและแปรงออก ต่อด้วยการใช้ดินสอเขียนคิ้วคมๆ วาดเส้นคิ้วด้านล่างตามที่ใจต้องการ แต่ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะถอนคิ้วด้านบนออก เพราะจะเป็นการทำลายรูปทรงโค้งของคิ้วตามธรรมชาติ 
“ให้ใช้แหนบดึงขนคิ้วตามทิศที่มันยาวขึ้นมา ควรถอนคิ้วสลับไปมาระหว่างคิ้วด้านซ้ายกับด้านขวา เพื่อทำให้ดูสมมาตรกันมากที่สุด เมื่อถอนเสร็จให้ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อแบบอ่อนเช็ดอีกครั้ง ตามด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ ตบท้ายด้วยการใช้แปรงสีฟันแปรงคิ้วให้เข้าทรง” 
แต่หากคุณถอนคิ้วมากเกินไปจนโกร๋นเสียแล้วและไม่อยากสักคิ้ว ในยุคนี้ยังมีวิทยาการที่เรียกว่า “การปลูกคิ้ว” ซึ่งเป็นการนำเส้นผมจากด้านหลังศรีษะมาปลูกในรูขุมขนคิ้ว แต่อาจต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากและใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นผล ทางที่ดีสุดคืออย่าถอนให้เยอะและบ่อยเกินไป จนมันไม่ขึ้นมาอีก 

  

ส่วนทางเลือกที่ ”สิงห์สีชมพู” โปรดมากที่สุด ก็คือ “การถอนคิ้วด้วยด้าย” ซึ่งในประเทศไทยมีให้บริการแล้วค่ะ

mtc11